บัญญัติ 11 ประการ ในการเลือกตั้ง อบต., [ดอยตุง, ปักษ์แรก กรกฎาคม 2548]
posted on 17 Feb 2007 12:26 by 13ank in 2005ในวันที่ 31 กรกฎาคม 2548 นี้ จะมีการเลือกตั้งในระดับ อบต. พร้อมกันทั่วประเทศถึงสามพันกว่าแห่ง เฉพาะกรณีจังหวัดเชียงรายก็ 64 แห่งเข้าให้แล้ว แน่นอน หากถามว่า นักการเมืองท้องถิ่นกลัวอะไรที่สุด คำตอบที่ได้คงคล้ายๆ กัน ก็คือ กลัวโดน ใบเหลือง-ใบแดง ที่สุด เพราะทั้งนี้ทั้งนั้น เราต้องมิลืมว่า กฎหมายได้กำหนดให้ กกต. เป็นด่านสุดท้ายในการรับรองผลการเลือกตั้งทุกระดับโดยบริบูรณ์ และที่ผ่านมา ฤทธิ์ของใบเหลือง-ใบแดง ก็ได้ทำให้นักการเมืองท้องถิ่นมากมายต้องมา ตกม้าตาย ทั้งๆ ที่แลเห็นชัยชนะอยู่แค่เอื้อม
ตามมาตรา 57 วรรคท้ายแห่งพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. 2545 ได้กำหนดให้คณะกรรมการการเลือกตั้งออกประกาศ เรื่อง วิธีการหรือลักษณะต้องห้ามในการหาเสียงเลือกตั้งของผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่นหรือผู้ใด เพื่อกำหนดกรอบ หลักเกณฑ์ หรือ แนวทางในการหาเสียง โดยขยายความวิธีการหาเสียงตามมาตรา 57 ในฐานะมาตราสำคัญที่สุดในการวินิจฉัยชี้ขาดใบเหลือง-ใบแดง ซึ่งมีจำนวนทั้งสิ้น 11 ข้อ ดังนักการเมืองท้องถิ่นมักกล่าวขวัญกันว่า บัญญัติ 11 ประการ ดังนี้
(1) ห้ามจัดทำ เสนอให้ สัญญาว่าจะให้ หรือจัดเตรียมว่าจะให้ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดอันอาจคำนวณเป็นเงินได้ให้แก่ผู้ใดรวมทั้งการให้เงินหรือสิ่งของในวาระต่างๆ เช่น งานวันเกิด งานขึ้นบ้านใหม่ งานบุญ งานเทศกาล งานศพ เป็นต้น
ตัวอย่างเช่น แจกเงินซื้อเสียง ให้เงินใส่ซอง หรือ เอาของขวัญมอบในงานต่างๆ ข้างต้น แจกถุงยังชีพที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาล สนับสนุนเสื้อกีฬา รวมทั้งนำพวงหรีดไปวางในงานศพด้วย
(2) ห้ามให้ เสนอให้ หรือสัญญาว่าจะให้เงิน ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดไม่ว่าจะด้วยทางตรงหรือทางอ้อมแก่ชุมชน สมาคม มูลนิธิ วัด สถานการศึกษา สถานสงเคราะห์ เช่น การบริจาคเงิน การประมูลทรัพย์สิน หรือ สิ่งของในงานกุศลต่างๆ
ตัวอย่างเช่น บริจาคเงินหรือสิ่งของให้แก่วัด โรงเรียน ฯลฯ รวมถึงการที่ภรรยาหรือญาติพี่น้องหรือทีมงานของตนแจกให้แทนผู้สมัคร
(3) ห้ามทำการโฆษณาหาเสียงเลือกตั้งด้วยการจัดให้มีมหรสพ หรือ การรื่นเริงต่างๆ รวมทั้งการแสดงการละเล่นอื่นๆ
ตัวอย่างเช่น นำดนตรี หรือ คณะตลกมาแสดง ฉายภาพยนตร์ จัดระบำ รำฟ้อน ขบวนแห่กลองยาว นำพริตตี้สาวๆ หรือ มนุษย์ตะกั่ว ขึ้นรถแห่หาเสียง ใช้ดาวตลกชื่อดังทำหน้าที่พิธีกรบนเวทีปราศรัย
(4) ห้ามเลี้ยงหรือรับจะจัดเลี้ยงผู้ใด รวมถึงการจัดเลี้ยง หรือ รับจะจัดเลี้ยงการประชุม อบรม สัมมนา ทัศนศึกษา ดูงาน เป็นต้น
ตัวอย่างเช่น จัดฉลองวันเกิดของตัวเอง หรือ เลี้ยงอาหารเครื่องดื่มทีมงาน แต่มีผู้มีสิทธิเลือกตั้งปะปนอยู่ด้วย พาผู้มีสิทธิเลือกตั้งไปท่องเที่ยวต่างจังหวัด
(5) ห้ามหลอกลวง บังคับ ขู่เข็ญ ใช้อิทธิพลคุกคาม ใส่ร้าย หรือจูงใจให้เข้าใจผิดในเรื่องใด อันเกี่ยวกับผู้สมัคร
ตัวอย่างเช่น หลอกว่าจบปริญญา หรือ เคยดำรงตำแหน่งต่างๆ หรือ อาศัยโลโก้ของพรรคการเมืองใดๆ ในการหาเสียง ทั้งที่ไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด ตลอดจนใส่ร้ายผู้สมัครอื่นๆ ว่าคบชู้ ว่าถูกใบแดงแล้ว ฯลฯ
(6) ห้ามมิให้บุคคลซึ่งไม่มีสัญชาติไทยเข้ามามีส่วนช่วยเหลือในการหาเสียงเลือกตั้ง
ตัวอย่างเช่น นำคนต่างด้าวมาเป็นล่ามในการหาเสียง หรือ เอาคนต่างด้าวมาเดินขบวนแจกแผ่นพับให้แก่ตนเอง
(7) ห้ามอาศัยตำแหน่งหน้าที่ของทางราชการ พนักงาน ลูกจ้างองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐเข้ามามีส่วนช่วยเหลือในการเลือกตั้ง
ตัวอย่างเช่น ใช้ตำแหน่งกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เรียกประชุมลูกบ้านให้ช่วยลงคะแนนให้กับผู้สมัคร
(8) ห้ามโฆษณาหาเสียงเลือกตั้งโดยวิธีทา พ่น หรือระบายสีซึ่งข้อความภาพหรือรูปรอยใดๆ หรือโดยวิธีปิดประกาศ ณ ที่รั้ว กำแพง ผนัง อาคาร สะพาน เสาไฟฟ้า หรือต้นไม้ บรรดาซึ่งเป็นทรัพย์สินของทางราชการ หรือ ณ บริเวณที่เจ้าของหรือผู้ครอบครองทรัพย์สินมิได้อนุญาต เว้นแต่เป็นการประกาศโฆษณาในสถานที่ที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นตามกฎหมายว่าด้วยการรักษาความสะอาด และความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมืองกำหนด
(9) ห้ามเล่นหรือจัดให้มีการเล่นการพนันขันต่อใดๆ เกี่ยวกับผลของการเลือกตั้ง
(10) ห้ามรวบรวมบัตรประจำตัวประชาชน หรือหลักฐานอื่นที่ใช้แสดงตนในการไปใช้สิทธิลงคะแนนของผู้มีสิทธิเลือกตั้งผู้อื่นตั้งแต่สองคนขึ้นไป โดยไม่มีเหตุผลอันสมควรในระหว่างวันประกาศให้มีการเลือกตั้งจนถึงวันเลือกตั้ง
(11) การโฆษณาหาเสียงโดยการกล่าวถึงนโยบายในการที่จะเข้าไปบริหารงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นใดให้กระทำได้แต่ทั้งนี้ต้องเป็นงานที่ได้กำหนดว่าเป็นหน้าที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้นๆ ตามกฎหมาย และดำเนินงานตามนโยบายนั้น จะต้องใช้จ่ายจากงบประมาณขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้นๆ
ตัวอย่างเช่น หาเสียงโดยอ้างนโยบายเกินความจริง เกินอำนาจหน้าที่และงบประมาณของ อบต. นั้นๆ เช่น อบต. มีงบประมาณเพียงปีละห้าล้านสิบล้าน แต่ประกาศนโยบายว่าจะสร้างวิทยาลัยขึ้น เป็นต้น
ตามกฎหมายได้กำหนดระยะเวลาในการห้ามมิให้กระทำการต่างๆ ดังกล่าวข้างต้น กรณีครบวาระ ตั้งแต่ 60 วัน ก่อนครบวาระการตำรงตำแหน่งจนถึงวันสิ้นสุดวันเลือกตั้ง กรณีอื่นนอกจากครบวาระ ห้ามมิให้กระทำนับแต่วันประกาศให้มีการเลือกตั้งจนถึงวันสิ้นสุดวันเลือกตั้งเท่านั้น
ข้อสังเกต ภายหลังจากวันเลือกตั้งไปแล้วผู้สมัครรับเลือกตั้งสามารถทำกิจกรรมได้ตามปกติ เช่น สามารถไปแจกสิ่งของให้ประชาชน แจกสิ่งของในงานศพ งานบุญ งานแต่งงาน จัดเลี้ยงต่างๆ พาคนไปทัศนศึกษาดูงาน จัดผ้าป่า หรือกิจกรรมอื่นๆ ได้ แต่จะต้องไม่ใช่การกระทำอันเนื่องมาจากการให้ การเสนอว่าจะให้ หรือสัญญาว่าจะให้ ในช่วงก่อนการเลือกตั้ง
โดยที่ผ่านมา กกต. มีแนวทางการวินิจฉัยความผิดเกี่ยวกับการเลือกตั้งต่างๆ ข้างต้น คล้ายๆ กันกับวิธีการแจกใบเหลือง-ใบแดงในกติกากีฬาฟุตบอล ดังนี้
(1) ใบเหลือง หรือ การสั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่
เมื่อได้มีการนับคะแนนเลือกตั้งแล้ว ถ้าปรากฏหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าการเลือกตั้งในเขตการเลือกตั้งใดมิได้เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม คณะกรรมการเลือกตั้งจะงดประกาศผลการเลือกตั้งและจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่ในเขตเลือกตั้งนั้นก็ได้
ดังนั้น การให้ใบเหลืองแก่ผู้สมัครรับเลือกตั้งคนใด ย่อมหมายความว่า กกต. ได้เห็นว่ามีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่ามีการทุจริตการเลือกตั้งเกิดขึ้น เช่น การซื้อเสียง การแจกสิ่งของ ฯลฯ แต่ยังเป็นการทุจริตที่ไม่ปรากฏหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่า ผู้สมัครได้กระทำการด้วยตนเอง แต่ตนก็เป็นผู้ที่ได้รับประโยชน์ จึงควรลงโทษด้วยการสั่งให้เลือกตั้งใหม่ ซึ่งผู้สมัครที่ได้ใบเหลืองนั้น ยังคงสามารถลงสมัครรับเลือกตั้งต่อไปอีกได้
(2) กรณีใบแดง หรือ การสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง
ก่อนประกาศผลการเลือกตั้ง ถ้าคณะกรรมการการเลือกตั้งสืบสวนสอบสวนแล้วเห็นว่ามีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่า ผู้สมัครใดกระทำการอันเป็นการฝ่าฝืนพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น หรือ มีพฤติการณ์ที่เชื่อได้ว่าผู้สมัครผู้ใดก่อให้ผู้อื่นกระทำ สนับสนุน หรือรู้เห็นเป็นใจให้บุคคลอื่นกระทำการดังกล่าว หรือรู้ว่ามีการกระทำดังกล่าวแล้วไม่ดำเนินการเพื่อระงับการกระทำนั้น ถ้าคณะกรรมการการเลือกตั้งเห็นว่าการกระทำนั้นน่าจะมีผลให้การเลือกตั้งมิได้เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม ให้คณะกรรมการการเลือกตั้งสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของผู้สมัครที่กระทำการเช่นนั้นทุกรายเป็นเวลาหนึ่งปี โดยให้มีผลนับตั้งแต่วันที่คณะกรรมการการเลือกตั้งมีคำสั่ง
อาจกล่าวได้ว่า การให้ใบแดงแก่ผู้สมัครรับเลือกตั้งนั้น หมายความว่ามีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่ามีการทุจริตการเลือกตั้งเกิดขึ้นเช่นเดียวกับกรณีการให้ใบเหลือง แต่ต่างกันตรงที่ความชัดเจน เช่นว่า ผู้สมัครเป็นผู้ที่กระทำการเอง หรือ มีส่วนรู้เห็นการทุจริตนั้น นอกจากการที่ผู้นั้นไม่ได้รับการเลือกตั้งแล้ว ก็ยังทำให้ผู้นั้นจะต้องถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง และถูกดำเนินคดีอาญา ตลอดทั้งยังจะต้องรับผิดชอบค่าเสียหายในการเลือกตั้งใหม่อีกด้วย ซึ่งก็จะมีผลทำให้ผู้นั้นไม่สามารถลงสมัครรับเลือกตั้งในทุกสนามได้อีกเลย เสมือนถูกคำพิพากษาตัดสินให้ถูกประหารชีวิตในทางการเมือง
กระนั้นก็ตาม แม้แต่ หลังประกาศผลการเลือกตั้ง ไปแล้ว หากพบหลักฐาน อันเชื่อได้ว่า สมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่นผู้ใด ได้รับการเลือกตั้งโดยไม่สุจริต และเที่ยงธรรม คณะกรรมการการเลือกตั้งก็ยังมีอำนาจสั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่อีกก็ได้ ซึ่งจะส่งผลให้สมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่นผู้นั้นมีอันต้องพ้นจากสมาชิกสภาพทันทีเช่นกัน ดังเรียกตามภาษากฎหมายว่า การคัดค้านการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น นั่นเอง
ดังนั้น ในการหาเสียงเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่นผู้สมัครรับเลือกตั้งหรือผู้ใดก็ตาม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ว่าที่ นายก อบต. และสมาชิกสภา อบต. จากการเลือกตั้งในปลายเดือนกรกฎาคมที่จะถึงนี้ จะต้องพึงระมัดระวังและหาเสียงให้อยู่ในกรอบกฎหมายดังกล่าวอย่างเคร่งครัด
ณัฐกร วิทิตานนท์