และแล้ว สีเสื้อก็สำ แดง พลัง

เมื่อการนับคะแนนที่แต่ละหน่วยเลือกตั้งได้นำมานับรวมกันที่สนามกีฬาเทศบาลฯ สิ้นสุด ผลลัพธ์ที่ออกมามิใช่เรื่องที่น่าตื่นตะลึงอะไรนัก หลังจากที่ทั่วทุกมุมเมืองของเชียงใหม่ถูกปกคลุมด้วยป้ายหาเสียงสารพัดรูปแบบมาเกือบ 1 เดือนเต็มๆ ว่ากันว่าในเลือกตั้งครั้งนี้มีเงินหมุนเวียนในแวดวงธุรกิจสื่อโฆษณามากเป็นสิบล้านบาทเลยทีเดียว (กกต. กำหนดให้ผู้สมัครฯ ใช้จ่ายงบประมาณในการหาเสียงได้คนละไม่เกิน 8 แสนบาท)

การเลือกตั้งวันที่ 4 ต.ค.ที่ผ่านมา มีผู้ใช้สิทธิ 64,871 ราย จากจำนวนผู้มีสิทธิทั้งหมด 106,366 คน คิดเป็นร้อยละ 60.99 ซึ่งตัวเลขเกินกว่า 60 % นับเป็นครั้งแรกตั้งแต่มีการเลือกตั้งนายกเทศมนตรีโดยตรงเป็นต้นมา ขณะที่มีบัตรเสีย 1,534 ใบ (2.36%) กับไม่ประสงค์ลงคะแนน 4,444 ใบ (6.85%) 

ผลนับคะแนนเลือกตั้งนายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ 

อันดับ ชื่อ ประสบการณ์ หมายเลข คะแนน
1 นายทัศนัย บูรณุปกรณ์ อดีตรองนายก อบจ.เชียงใหม่ 2 24,384
2 นางวิภาวัลย์ วรพุฒิพงศ์  อดีตเลขานุการนายก อบจ.เชียงใหม่ 7 13,197
3 ร.อ.หญิงเดือนเต็มดวง ณ เชียงใหม่ อดีตนายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ 1 6,958
4 นายพรชัย จิตรนวเสถียร  อดีตรองนายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ 6 5,524
5 นายวัลลภ แซ่เตี๋ยว  อดีตรองนายก อบจ.เชียงใหม่ 4 5,465
6 น.พ.เพทาย เตโชฬาร อดีต ส.ท.นครเชียงใหม่ 3 1,747
7 นายวิชัย วงศ์ไชย  อดีต ส.ส.เชียงใหม่ 5 1,354
8 นายเทพโยธินฐ์ ไชยรัตน์  ทนายความ / ธุรกิจ 10 149
9 นางอารีย์ อุดมศิริธำรง [1] ธุรกิจ 8 61
10 นายบารมี พจนามธุรส - 9 54

 ส่วนเรื่องร้องคัดค้าน (หลังการเลือกตั้ง) ก็กลับไม่มีเลย ผิดคาด ทั้งๆ ที่ก่อนจะมีการเลือกตั้งนั้นมีกระแสการซื้อเสียงและการทำผิดกฎหมายเลือกตั้งออกมาหนาหูมาก คงมีแต่การร้องเรียน (ก่อนเลือกตั้ง) เพียงแค่ไม่กี่เรื่อง เช่นเรื่องแจกเงินและการปราศรัยใส่ร้ายกัน ซึ่งทาง กกต.เชียงใหม่ ไม่สามารถสอบสวนได้ทันตามกรอบเวลา 30 วัน ดังที่ถูกระบุไว้ในกฎหมาย เผด็จการ ฉบับหนึ่ง [2] 

แต่ในที่สุดเมื่อวันที่ 29 ต.ค. 52 กกต.กลาง จึงประกาศรับรองผลเลือกตั้งส่งผลให้ นายทัศนัย บูรณุปกรณ์ ผู้ชนะเลือกตั้งที่กลุ่ม เสื้อแดงกลุ่มใหญ่ที่สุดของเชียงใหม่ให้การสนับสนุนได้เป็น นายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ อย่างเป็นทางการ (นับแต่มีประกาศของ กกต.) ขณะที่เสียงข้างมากในสภาเทศบาลขณะนี้ 18 คน (จากทั้งหมด 24 คน) เป็นของกลุ่ม ช้างงานซึ่งประกาศชัดเจนต่อสาธารณะว่าได้ให้การสนับสนุน เจ๊ปุ๊ย หรือนางวิภาวัลย์ วรพุฒิพงศ์ ที่มีคะแนนตามมาห่างๆ ถึงกว่า 1 หมื่นคะแนน 

โดยหลังจากที่ทราบผลเลือกตั้ง นายทัศนัยได้ประกาศนโยบาย เร่งด่วน 3 เรื่อง คือ 1.ระบบขนส่งมวลชน 2.สาธารณูปโภค และ 3.อาหารปลอดภัย "...เห็นด้วยกับนักวิชาการที่เสนอให้เชียงใหม่เป็นเมืองมหานคร ปกครองรูปแบบพิเศษ" เป็นประโยคหนึ่งในคำแถลงของเขาวันนั้น [3]

อย่างไรก็ตาม จากนี้ไปหาก กกต.เชียงใหม่ สืบสวนสอบสวนต่อและพบพยานหลักฐานชัดเจนเกี่ยวกับคำร้องเรียนต่างๆ ดังกล่าวข้างต้น ก็ยังสามารถจะเอาผิดเพื่อแจกใบแดงย้อนหลังให้แก่เขาได้ ทว่าในกรณีนี้องค์กรที่จะมาชี้ขาดสุดท้ายจะเป็น ศาลอุทธรณ์ มิใช่ กกต. [4]

เรื่องของ...นักปีนเขา 

แป้งเกิดที่เชียงใหม่ เพราะตระกูล ณ เชียงใหม่ ก็อยู่ที่นั่นมาตลอด คุณปู่คือเจ้าไชยสุริวงศ์ ณ เชียงใหม่ ซึ่งสิ้นไปแล้ว แต่ตอนที่ท่านยังมีชีวิตอยู่ ท่านให้ความสนใจการเมืองท้องถิ่นมาก เพราะเชียงใหม่คือบ้านของท่าน ตอนนั้นท่านช่วยใครลงสมัครนายกเทศมนตรีหรือส่งสมาชิกสภาเทศบาลก็ชนะ แต่คุณปู่ไม่เคยรับตำแหน่งใดๆ ทางการเมืองเลยนะคะ ส่วนคุณพ่อ (ธวัชวงศ์ ณ เชียงใหม่) เคยเป็นเลขานุการรัฐมนตรีมหาดไทย จากนั้นก็ย้ายไปเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการอีกหลายกระทรวง แต่สุดท้ายก็ไปลงการเมืองท้องถิ่น ส่วนคุณแม่ (กิ่งกาญจน์ ณ เชียงใหม่) ท่านมาลงเลือกตั้งทีหลัง[5] 

เดือนเต็มดวง ณ เชียงใหม่ 

สำหรับคนจังหวัดอื่นที่ติดตามข่าวการเลือกตั้งครานี้ผ่านสื่อกระแสหลักอาจเข้าใจว่านี่เป็นศึกแห่งศักดิ์ศรีระหว่างสอง ตระกูล ใหญ่ของเชียงใหม่ คือ ณ เชียงใหม่ซึ่งสืบทอดเชื้อสายราชสกุลเก่าแก่มาจากเจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่จากรุ่นสู่รุ่น (ส่วนหนึ่งของเจ้านายฝ่ายเหนือ) กับ บูรณุปกรณ์ครอบครัวชาวจีนโพ้นทะเลที่ก้าวขึ้นมาครองความยิ่งใหญ่ทั้งด้านธุรกิจ และการเมืองท้องถิ่น (ในห้วงหลัง) ทั้งๆ ที่แท้จริงแล้วเป็นสมรภูมิ สีเสื้อระหว่าง สีแดงกับสีอื่นๆ (สีเหลือง, สีน้ำเงิน) มากกว่า 

ผู้สมัครบางคนที่คาดการณ์ไว้ล่วงหน้าว่าอาจจะขึ้นมาสอดแทรก กลับกลายเป็นว่าได้ไปแค่คนละ 5 พันกว่าคะแนนเท่านั้น ส่วนหนึ่งเชื่อว่าน่าเป็นผลพวงจากการออกอาการ แทงกั๊กในช่วงโค้งสุดท้าย ด้วยการชูประเด็นหาเสียง ไม่แบ่งเหลือง-แบ่งแดง เพื่อหวังดึงคะแนนจากกลุ่มนักศึกษาและชนชั้นกลางที่ถือเป็น พลังเงียบซึ่งเชื่อกันว่าเป็นพวก สีขาวที่มักขออยู่ ตรงกลาง(No Vote) ไว้ก่อน ทั้งที่เอาเข้าจริงๆ แล้วนั่นเท่ากับเป็นการลดเสียงสนับสนุนตัวเองในหมู่คนเสื้อแดงหลายกลุ่มลงมานั่นเอง 

แน่นอน ความพ่ายแพ้ของคนในตระกูล ณ เชียงใหม่ต่อคนในตระกูล บูรณุปกรณ์ อย่างขาดลอยเกือบ 2 หมื่นคะแนน ไม่ได้หมายถึงว่าคนเชียงใหม่ชื่นชอบตระกูลหลังมากกว่าตระกูลแรก หากแต่แปลความว่าเพราะตระกูลหลังเลือกยืนอยู่ข้างเดียวกับเสียงข้างมากของคนเชียงใหม่ต่างหาก นายทัศนัย จึงถือเป็นคนที่ใช้นามสกุลบูรณุปกรณ์คนที่ 3 ที่เข้ามานั่งตำแหน่งสำคัญในการเมืองระดับท้องถิ่นของเชียงใหม่เวลานี้ ถัดจากพี่สาว นางสาวทัศนีย์ (นายกเทศมนตรีตำบลช้างเผือก) และ นายบุญเลิศ (นายก อบจ.เชียงใหม่) คุณอาของเขา 

ผลการเลือกตั้งครั้งนี้สามารถใช้สะท้อนกระแสการเมืองระดับชาติในพื้นที่ได้เป็นอย่างดี และย่อมเป็นสัญญาณส่งถึงตระกูลการเมืองเก่าแก่ในหลายๆ จังหวัด โดยเฉพาะกับภาคเหนือและอีสานว่าปัจจัยสำคัญที่สุดของการเลือกตั้งสมัยนี้ได้แก่ พรรคที่สังกัด มากกว่าอย่างอื่น [6] ครั้งนี้ นโยบาย ก็ยังคงไม่ใช่ตัวตัดสินแต่อย่างใด 

ยุคหนึ่งสมัยหนึ่งนักการเมืองอย่าง เจ้าหนุ่ย(คุณพ่อของ ร.อ.หญิงเดือนเต็มดวง) อดีต ส.ส.เชียงใหม่ 5 สมัย อาจเป็นชื่นชอบของผู้ลงคะแนนส่วนใหญ่ ในสายตาของชาวบ้านตอนนั้น เขาคือ ผู้เสียสละภาพหลังคาศาลาริมทาง, รถบริการในงานศพงานบุญต่างๆ, แก้วน้ำ จาน ชาม โต๊ะ เก้าอี้ ตลอดจนถึงเต้นท์ที่มีชื่อของเขาปรากฏอยู่ด้วยยังติดตาผมมาจนถึงตอนนี้วันที่การเมืองไทย (กำลัง) เปลี่ยนไปแล้ว คงจะไม่เกินเลยนักหากจะสรุปว่าการเลือกตั้งครั้งสำคัญๆ ของเชียงใหม่ในรอบ 10 ปีมานี้ ปัจจัยด้าน ตัวบุคคล แทบจะหมดความหมายลงโดยสิ้นเชิง (ดูภาคผนวกท้ายบทความ)

ยิ่งเสียกว่านั้น วิทยุชุมชนแห่งหนึ่งถึงขนาดเชียร์ให้เหล่าผู้ฟังของตนเลือกผู้สมัครตัวเต็งบางราย โดยพยายามโน้มน้าวว่ามันอาจจะช่วยทำให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ได้กลับบ้านเร็วขึ้น และหลายคนก็เชื่อเช่นนั้นจริงๆ

เคยมีคนกล่าวไว้ว่า คนที่ไม่เคยปีนเขาอาจคิดว่าการขึ้นถึงยอดเขาเป็นเรื่องสำคัญสูงสุด แต่นักปีนเขาทุกคนรู้ดีว่าสิ่งสำคัญกว่านั้นคือการลงจากยอดเขา... โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อรู้เวลาอันควรได้มาถึงแล้ว นักปีนเขามากประสบการณ์บางคนยอมตัดใจไม่ขึ้นสู่ยอดเขา แม้จะเป็นความใฝ่ฝันอันท้าทายมาตลอดชีวิต ด้วยเพราะตระหนักดีว่าพลังงานและเวลาที่เหลืออยู่ อาจไม่เพียงพอที่จะนำพาตัวเองลงจากยอดเขาได้อย่างปลอดภัย... นักการเมืองก็ควรเรียนรู้ความข้อนี้ เพราะถ้าผู้มาก่อนไม่ยอมเดินลงมาดีๆ หลายกรณีในประวัติศาสตร์ เขามักถูกผู้มาทีหลังถีบตกบัลลังก์เสมอ [7] 

ภาคผนวกกรณีศึกษา : ตระกูล ณ เชียงใหม่ 

นายธวัชวงศ์ ณ เชียงใหม่ หรือ เจ้าหนุ่ย 

ปี พ.ศ. ตำแหน่ง สังกัด
2529 สอบตก (ส.ส.) พรรครวมไทย
2531 ส.ส. พรรคกิจสังคม
2535/1 ส.ส. พรรคความหวังใหม่
2535/2 ส.ส. พรรคความหวังใหม่
2538 ส.ส. พรรคความหวังใหม่
2539 ส.ส. พรรคความหวังใหม่
2544 สอบตก (ส.ส.) พรรคความหวังใหม่
2547 นายก อบจ. พรรคไทยรักไทย
2551 สอบตก (นายก อบจ.) กลุ่มฅนเจียงใหม่

 นางกิ่งกาญน์ ณ เชียงใหม่ หรือ เจ๊แดง 

ปี พ.ศ. ตำแหน่ง สังกัด
2538 ส.ส. พรรคความหวังใหม่
2539 ส.ส. พรรคความหวังใหม่
2544 สอบตก (ส.ส.) พรรคความหวังใหม่
2548 สอบตก (ส.ส.) พรรคประชาธิปัตย์
2550 สอบตก (ส.ส.) พรรคเพื่อแผ่นดิน

 ร้อยเอกหญิง ดร.เดือนเต็มดวง ณ เชียงใหม่ หรือ ดร.แป้ง 

ปี พ.ศ. ตำแหน่ง สังกัด
2548 สอบตก (ส.ส.) พรรคประชาธิปัตย์
2550 นายกเทศมนตรี - อิสระ -
2552 สอบตก (นายกเทศมนตรี) - อิสระ -

 ณัฐกร วิทิตานนท์

เผยแพร่ครั้งแรกใน http://www.prachatai.com/journal/2009/11/26473 



[1] พี่สาวของนายบุญเลิศ บูรณุปกรณ์ (นายก อบจ.เชียงใหม่) และนายปกรณ์ บูรณุปกรณ์ (อดีต ส.ส.เชียงใหม่) มีศักดิ์เป็นป้าของนายทัศนัย บูรณุปกรณ์ ผู้สมัครฯ หมายเลข 2 เธอถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าเปรียบเสมือนตัวแทนของนายทัศนัยในกรณีที่เขาโดนใบแดง ก่อน ที่จะมีการประกาศรับรองผลการเลือกตั้ง ซึ่งแนวทางปฏิบัติที่ผ่านมาของ กกต. จะสั่งให้มีการเลือกตั้งครั้งใหม่โดยเปิดโอกาสให้เฉพาะแต่ผู้สมัครรายเดิมเท่านั้นที่มีโอกาสลงเลือกตั้งได้
[2] นั่นคือ ประกาศคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ฉบับที่ 32 เรื่อง อำนาจหน้าที่เกี่ยวกับการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่นของคณะกรรมการการเลือกตั้ง ซึ่งกำหนดให้ทาง กกต. ต้องประกาศผลการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่นขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นใดตาม พระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ.2545 ให้แล้วเสร็จโดยเร็ว ซึ่งต้องไม่เกิน 30 วันนับแต่วันเลือกตั้ง
[3] “"เสื้อแดง"ประกาศชัยศึกเชียงใหม่ "ทัศนัย" นั่งเก้าอี้นายกเทศมนตรีนครฯ "ดร.แป้ง" ลั่นทำดีที่สุดแล้ว,’’ http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1254752150&catid=01
[4] รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 มาตรา 239 ระบุว่าในกรณีที่ กกต. วินิจฉัยให้มีการเลือกตั้งใหม่ (ใบเหลือง) หรือเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง (ใบแดง) ก่อน การประกาศผลการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่นขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นใดๆ ก็ตาม ให้คำวินิจฉัยของ กกต. เป็นที่สุด แต่ในกรณี หลังจากที่ กกต. ประกาศผลการเลือกตั้งไปแล้วนั้น ถ้า กกต. เห็นว่าควรให้มีการเลือกตั้งใหม่ หรือเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งแก่สมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่นผู้ใดให้ยื่นคำร้องต่อศาลอุทธรณ์เพื่อวินิจฉัย เมื่อศาลอุทธรณ์ได้รับคำร้องของคณะกรรมการการเลือกตั้งแล้ว สมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่นผู้นั้นจะปฏิบัติหน้าที่ต่อไปไม่ได้จนกว่าศาลอุทธรณ์จะมีคำสั่งยกคำร้อง ในกรณีที่ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่ในเขตเลือกตั้งใดหรือเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่นผู้ใด ให้สมาชิกภาพของสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่นในเขตเลือกตั้งนั้นสิ้นสุดลง และให้คำสั่งของศาลอุทธรณ์เป็นที่สุด
[5]เปิดหัวใจหญิงแกร่ง ร้อยเอกหญิง ดร.เดือนเต็มดวง ณ เชียงใหม่ ชีวิตคือการเรียนรู้,” HELLO! ปีที่ 4 ฉบับที่ 20 วันที่ 1 ตุลาคม 2552, หน้า 49.
[6] รายละเอียดเพิ่มเติมอยู่ใน ณัฐกร วิทิตานนท์, พฤติกรรมการเลือกตั้งของ "คนเมือง" ภายใต้ระบบที่ "อภิชน" เป็นคนกำหนด,’’ http://www.prachatai.com/journal/2008/01/15396
[7] ภิญโญ ไตรสุริยธรรมา, ผู้นำ อำนาจ ประวัติศาสตร์ และการเมืองใหม่, (กรุงเทพฯ: Openbooks, 2551), หน้า 18-19.

edit @ 5 Nov 2009 09:21:03 by B&B

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet