บทส่งท้ายเลือกตั้งนายกเทศมนตรีนคร “เชียงใหม่”: จากสูงสุดคืนสู่สามัญ
posted on 05 Nov 2009 09:13 by 13ank in 2009และแล้ว “สีเสื้อ” ก็สำ ‘แดง’ พลัง
เมื่อการนับคะแนนที่แต่ละหน่วยเลือกตั้งได้นำมานับรวมกันที่สนามกีฬาเทศบาลฯ สิ้นสุด ผลลัพธ์ที่ออกมามิใช่เรื่องที่น่าตื่นตะลึงอะไรนัก หลังจากที่ทั่วทุกมุมเมืองของเชียงใหม่ถูกปกคลุมด้วยป้ายหาเสียงสารพัดรูปแบบมาเกือบ 1 เดือนเต็มๆ ว่ากันว่าในเลือกตั้งครั้งนี้มีเงินหมุนเวียนในแวดวงธุรกิจสื่อโฆษณามากเป็นสิบล้านบาทเลยทีเดียว (กกต. กำหนดให้ผู้สมัครฯ ใช้จ่ายงบประมาณในการหาเสียงได้คนละไม่เกิน 8 แสนบาท)
การเลือกตั้งวันที่ 4 ต.ค.ที่ผ่านมา มีผู้ใช้สิทธิ 64,871 ราย จากจำนวนผู้มีสิทธิทั้งหมด 106,366 คน คิดเป็นร้อยละ 60.99 ซึ่งตัวเลขเกินกว่า 60 % นับเป็นครั้งแรกตั้งแต่มีการเลือกตั้งนายกเทศมนตรีโดยตรงเป็นต้นมา ขณะที่มีบัตรเสีย 1,534 ใบ (2.36%) กับไม่ประสงค์ลงคะแนน 4,444 ใบ (6.85%)
ผลนับคะแนนเลือกตั้งนายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่
| อันดับ | ชื่อ | ประสบการณ์ | หมายเลข | คะแนน |
| 1 | นายทัศนัย บูรณุปกรณ์ | อดีตรองนายก อบจ.เชียงใหม่ | 2 | 24,384 |
| 2 | นางวิภาวัลย์ วรพุฒิพงศ์ | อดีตเลขานุการนายก อบจ.เชียงใหม่ | 7 | 13,197 |
| 3 | ร.อ.หญิงเดือนเต็มดวง ณ เชียงใหม่ | อดีตนายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ | 1 | 6,958 |
| 4 | นายพรชัย จิตรนวเสถียร | อดีตรองนายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ | 6 | 5,524 |
| 5 | นายวัลลภ แซ่เตี๋ยว | อดีตรองนายก อบจ.เชียงใหม่ | 4 | 5,465 |
| 6 | น.พ.เพทาย เตโชฬาร | อดีต ส.ท.นครเชียงใหม่ | 3 | 1,747 |
| 7 | นายวิชัย วงศ์ไชย | อดีต ส.ส.เชียงใหม่ | 5 | 1,354 |
| 8 | นายเทพโยธินฐ์ ไชยรัตน์ | ทนายความ / ธุรกิจ | 10 | 149 |
| 9 | นางอารีย์ อุดมศิริธำรง [1] | ธุรกิจ | 8 | 61 |
| 10 | นายบารมี พจนามธุรส | - | 9 | 54 |
ส่วนเรื่องร้องคัดค้าน (หลังการเลือกตั้ง) ก็กลับไม่มีเลย ผิดคาด ทั้งๆ ที่ก่อนจะมีการเลือกตั้งนั้นมีกระแสการซื้อเสียงและการทำผิดกฎหมายเลือกตั้งออกมาหนาหูมาก คงมีแต่การร้องเรียน (ก่อนเลือกตั้ง) เพียงแค่ไม่กี่เรื่อง เช่นเรื่องแจกเงินและการปราศรัยใส่ร้ายกัน ซึ่งทาง กกต.เชียงใหม่ ไม่สามารถสอบสวนได้ทันตามกรอบเวลา 30 วัน ดังที่ถูกระบุไว้ในกฎหมาย “เผด็จการ” ฉบับหนึ่ง [2]
แต่ในที่สุดเมื่อวันที่ 29 ต.ค. 52 กกต.กลาง จึงประกาศรับรองผลเลือกตั้งส่งผลให้ นายทัศนัย บูรณุปกรณ์ ผู้ชนะเลือกตั้งที่กลุ่ม “เสื้อแดง” กลุ่มใหญ่ที่สุดของเชียงใหม่ให้การสนับสนุนได้เป็น นายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ อย่างเป็นทางการ (นับแต่มีประกาศของ กกต.) ขณะที่เสียงข้างมากในสภาเทศบาลขณะนี้ 18 คน (จากทั้งหมด 24 คน) เป็นของกลุ่ม “ช้างงาน” ซึ่งประกาศชัดเจนต่อสาธารณะว่าได้ให้การสนับสนุน เจ๊ปุ๊ย หรือนางวิภาวัลย์ วรพุฒิพงศ์ ที่มีคะแนนตามมาห่างๆ ถึงกว่า 1 หมื่นคะแนน
โดยหลังจากที่ทราบผลเลือกตั้ง นายทัศนัยได้ประกาศนโยบาย “เร่งด่วน” 3 เรื่อง คือ 1.ระบบขนส่งมวลชน 2.สาธารณูปโภค และ 3.อาหารปลอดภัย "...เห็นด้วยกับนักวิชาการที่เสนอให้เชียงใหม่เป็นเมืองมหานคร ปกครองรูปแบบพิเศษ…" เป็นประโยคหนึ่งในคำแถลงของเขาวันนั้น [3]
อย่างไรก็ตาม จากนี้ไปหาก กกต.เชียงใหม่ สืบสวนสอบสวนต่อและพบพยานหลักฐานชัดเจนเกี่ยวกับคำร้องเรียนต่างๆ ดังกล่าวข้างต้น ก็ยังสามารถจะเอาผิดเพื่อแจกใบแดงย้อนหลังให้แก่เขาได้ ทว่าในกรณีนี้องค์กรที่จะมาชี้ขาดสุดท้ายจะเป็น “ศาลอุทธรณ์” มิใช่ กกต. [4]
เรื่องของ...นักปีนเขา
“แป้งเกิดที่เชียงใหม่ เพราะตระกูล ณ เชียงใหม่ ก็อยู่ที่นั่นมาตลอด คุณปู่คือเจ้าไชยสุริวงศ์ ณ เชียงใหม่ ซึ่งสิ้นไปแล้ว แต่ตอนที่ท่านยังมีชีวิตอยู่ ท่านให้ความสนใจการเมืองท้องถิ่นมาก เพราะเชียงใหม่คือบ้านของท่าน ตอนนั้นท่านช่วยใครลงสมัครนายกเทศมนตรีหรือส่งสมาชิกสภาเทศบาลก็ชนะ แต่คุณปู่ไม่เคยรับตำแหน่งใดๆ ทางการเมืองเลยนะคะ ส่วนคุณพ่อ (ธวัชวงศ์ ณ เชียงใหม่) เคยเป็นเลขานุการรัฐมนตรีมหาดไทย จากนั้นก็ย้ายไปเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการอีกหลายกระทรวง แต่สุดท้ายก็ไปลงการเมืองท้องถิ่น ส่วนคุณแม่ (กิ่งกาญจน์ ณ เชียงใหม่) ท่านมาลงเลือกตั้งทีหลัง” [5]
เดือนเต็มดวง ณ เชียงใหม่
สำหรับคนจังหวัดอื่นที่ติดตามข่าวการเลือกตั้งครานี้ผ่านสื่อกระแสหลักอาจเข้าใจว่านี่เป็นศึกแห่งศักดิ์ศรีระหว่างสอง “ตระกูล” ใหญ่ของเชียงใหม่ คือ “ณ เชียงใหม่” ซึ่งสืบทอดเชื้อสายราชสกุลเก่าแก่มาจากเจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่จากรุ่นสู่รุ่น (ส่วนหนึ่งของเจ้านายฝ่ายเหนือ) กับ “บูรณุปกรณ์” ครอบครัวชาวจีนโพ้นทะเลที่ก้าวขึ้นมาครองความยิ่งใหญ่ทั้งด้านธุรกิจ และการเมืองท้องถิ่น (ในห้วงหลัง) ทั้งๆ ที่แท้จริงแล้วเป็นสมรภูมิ “สีเสื้อ” ระหว่าง “สีแดง” กับสีอื่นๆ (สีเหลือง, สีน้ำเงิน) มากกว่า
ผู้สมัครบางคนที่คาดการณ์ไว้ล่วงหน้าว่าอาจจะขึ้นมาสอดแทรก กลับกลายเป็นว่าได้ไปแค่คนละ 5 พันกว่าคะแนนเท่านั้น ส่วนหนึ่งเชื่อว่าน่าเป็นผลพวงจากการออกอาการ “แทงกั๊ก” ในช่วงโค้งสุดท้าย ด้วยการชูประเด็นหาเสียง “ไม่แบ่งเหลือง-แบ่งแดง” เพื่อหวังดึงคะแนนจากกลุ่มนักศึกษาและชนชั้นกลางที่ถือเป็น “พลังเงียบ” ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นพวก “สีขาว” ที่มักขออยู่ “ตรงกลาง” (No Vote) ไว้ก่อน ทั้งที่เอาเข้าจริงๆ แล้วนั่นเท่ากับเป็นการลดเสียงสนับสนุนตัวเองในหมู่คนเสื้อแดงหลายกลุ่มลงมานั่นเอง
แน่นอน ความพ่ายแพ้ของคนในตระกูล “ณ เชียงใหม่” ต่อคนในตระกูล “บูรณุปกรณ์” อย่างขาดลอยเกือบ 2 หมื่นคะแนน ไม่ได้หมายถึงว่าคนเชียงใหม่ชื่นชอบตระกูลหลังมากกว่าตระกูลแรก หากแต่แปลความว่าเพราะตระกูลหลังเลือกยืนอยู่ข้างเดียวกับเสียงข้างมากของคนเชียงใหม่ต่างหาก นายทัศนัย จึงถือเป็นคนที่ใช้นามสกุล “บูรณุปกรณ์” คนที่ 3 ที่เข้ามานั่งตำแหน่งสำคัญในการเมืองระดับท้องถิ่นของเชียงใหม่เวลานี้ ถัดจากพี่สาว นางสาวทัศนีย์ (นายกเทศมนตรีตำบลช้างเผือก) และ นายบุญเลิศ (นายก อบจ.เชียงใหม่) คุณอาของเขา
ผลการเลือกตั้งครั้งนี้สามารถใช้สะท้อนกระแสการเมืองระดับชาติในพื้นที่ได้เป็นอย่างดี และย่อมเป็นสัญญาณส่งถึงตระกูลการเมืองเก่าแก่ในหลายๆ จังหวัด โดยเฉพาะกับภาคเหนือและอีสานว่าปัจจัยสำคัญที่สุดของการเลือกตั้งสมัยนี้ได้แก่ “พรรคที่สังกัด” มากกว่าอย่างอื่น [6] ครั้งนี้ “นโยบาย” ก็ยังคงไม่ใช่ตัวตัดสินแต่อย่างใด
ยุคหนึ่งสมัยหนึ่งนักการเมืองอย่าง “เจ้าหนุ่ย” (คุณพ่อของ ร.อ.หญิงเดือนเต็มดวง) อดีต ส.ส.เชียงใหม่ 5 สมัย อาจเป็นชื่นชอบของผู้ลงคะแนนส่วนใหญ่ ในสายตาของชาวบ้านตอนนั้น เขาคือ “ผู้เสียสละ” ภาพหลังคาศาลาริมทาง, รถบริการในงานศพงานบุญต่างๆ, แก้วน้ำ จาน ชาม โต๊ะ เก้าอี้ ตลอดจนถึงเต้นท์ที่มีชื่อของเขาปรากฏอยู่ด้วยยังติดตาผมมาจนถึงตอนนี้วันที่การเมืองไทย (กำลัง) เปลี่ยนไปแล้ว คงจะไม่เกินเลยนักหากจะสรุปว่าการเลือกตั้งครั้งสำคัญๆ ของเชียงใหม่ในรอบ 10 ปีมานี้ ปัจจัยด้าน “ตัวบุคคล” แทบจะหมดความหมายลงโดยสิ้นเชิง (ดูภาคผนวกท้ายบทความ)
ยิ่งเสียกว่านั้น วิทยุชุมชนแห่งหนึ่งถึงขนาดเชียร์ให้เหล่าผู้ฟังของตนเลือกผู้สมัครตัวเต็งบางราย โดยพยายามโน้มน้าวว่ามันอาจจะช่วยทำให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ได้กลับบ้านเร็วขึ้น และหลายคนก็เชื่อเช่นนั้นจริงๆ
เคยมีคนกล่าวไว้ว่า “คนที่ไม่เคยปีนเขาอาจคิดว่าการขึ้นถึงยอดเขาเป็นเรื่องสำคัญสูงสุด แต่นักปีนเขาทุกคนรู้ดีว่าสิ่งสำคัญกว่านั้นคือการลงจากยอดเขา... โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อรู้เวลาอันควรได้มาถึงแล้ว นักปีนเขามากประสบการณ์บางคนยอมตัดใจไม่ขึ้นสู่ยอดเขา แม้จะเป็นความใฝ่ฝันอันท้าทายมาตลอดชีวิต ด้วยเพราะตระหนักดีว่าพลังงานและเวลาที่เหลืออยู่ อาจไม่เพียงพอที่จะนำพาตัวเองลงจากยอดเขาได้อย่างปลอดภัย... นักการเมืองก็ควรเรียนรู้ความข้อนี้ เพราะถ้าผู้มาก่อนไม่ยอมเดินลงมาดีๆ หลายกรณีในประวัติศาสตร์ เขามักถูกผู้มาทีหลังถีบตกบัลลังก์เสมอ” [7]
ภาคผนวกกรณีศึกษา : ตระกูล ณ เชียงใหม่
นายธวัชวงศ์ ณ เชียงใหม่ หรือ เจ้าหนุ่ย
| ปี พ.ศ. | ตำแหน่ง | สังกัด |
| 2529 | สอบตก (ส.ส.) | พรรครวมไทย |
| 2531 | ส.ส. | พรรคกิจสังคม |
| 2535/1 | ส.ส. | พรรคความหวังใหม่ |
| 2535/2 | ส.ส. | พรรคความหวังใหม่ |
| 2538 | ส.ส. | พรรคความหวังใหม่ |
| 2539 | ส.ส. | พรรคความหวังใหม่ |
| 2544 | สอบตก (ส.ส.) | พรรคความหวังใหม่ |
| 2547 | นายก อบจ. | พรรคไทยรักไทย |
| 2551 | สอบตก (นายก อบจ.) | กลุ่มฅนเจียงใหม่ |
นางกิ่งกาญน์ ณ เชียงใหม่ หรือ เจ๊แดง
| ปี พ.ศ. | ตำแหน่ง | สังกัด |
| 2538 | ส.ส. | พรรคความหวังใหม่ |
| 2539 | ส.ส. | พรรคความหวังใหม่ |
| 2544 | สอบตก (ส.ส.) | พรรคความหวังใหม่ |
| 2548 | สอบตก (ส.ส.) | พรรคประชาธิปัตย์ |
| 2550 | สอบตก (ส.ส.) | พรรคเพื่อแผ่นดิน |
ร้อยเอกหญิง ดร.เดือนเต็มดวง ณ เชียงใหม่ หรือ ดร.แป้ง
| ปี พ.ศ. | ตำแหน่ง | สังกัด |
| 2548 | สอบตก (ส.ส.) | พรรคประชาธิปัตย์ |
| 2550 | นายกเทศมนตรี | - อิสระ - |
| 2552 | สอบตก (นายกเทศมนตรี) | - อิสระ - |
ณัฐกร วิทิตานนท์
เผยแพร่ครั้งแรกใน http://www.prachatai.com/journal/2009/11/26473
edit @ 5 Nov 2009 09:21:03 by B&B