"ความสุขของคนปงสนุก ตอน ตามหาอดีตที่เลือนหาย," [เชียงใหม่ปริทัศน์ ฉบับที่ 114 กันยายน 2552]
posted on 26 Oct 2009 15:58 by 13ank in 2009(1)
สังคมไทยผ่านกระบวนการเรียนรู้มาพอสมควรแล้วถึงพลังการรวมตัวเคลื่อนไหวทางสังคม เพื่อให้รัฐเปิดพื้นที่การมีส่วนร่วมของประชาชนในการกำหนดวิถีชีวิตของตนเอง เป็น “สิทธิชุมชน” (Community Right) โดยเฉพาะในประเด็นที่สัมพันธ์กับการจัดการทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล้อม ความหลากหลายทางชีวภาพ ภูมิปัญญาท้องถิ่น และศิลปวัฒนธรรมอันเป็นมรดกของชุมชน เพื่อร่วมกำหนดเจตจำนงของชุมชน ประกอบกับการตอกย้ำความไร้น้ำยาของหน่วยงานภาครัฐในการกำหนดทิศทางการพัฒนาที่คอยผูกขาดบงการจากเบื้องบนมีให้เห็นจนชินตา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องใหญ่อย่างการสร้างเขื่อนที่ปิดบังข้อมูลผลกระทบ การสร้างโรงไฟฟ้าที่เกริ่นให้เห็นแต่ผลประโยชน์ การจัดการที่ดินเพื่อพวกพ้อง การแย่งชิงพื้นที่ดูแลรักษาป่า เรื่อยมาถึงประเด็นระดับชุมชน เช่น การจัดการศึกษา หรือภูมิปัญญาของท้องถิ่น การดูแลรักษาสถาปัตยกรรม ศิลปะ วัฒนธรรมของชุมชน การจัดการขยะ ทรัพยากรในพื้นที่ เป็นต้น
(2)
มาถึงวันนี้รอยยิ้มของคนชุมชนปงสนุก ชุมชนในเขตเมืองของลำปาง มีให้เห็นทุกครั้งที่มีผู้สนใจศิลปกรรม สถาปัตยกรรมเก่าแก่ภายในวัด “ปงสนุกเหนือ” โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากองค์การระดับโลกอย่างยูเนสโก ได้มอบรางวัลเพื่อการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมในภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิค (UNESCO-Asia Pacific Heritage Awards for Culture Heritage Conservation) ระดับดี (Award of Merit) ประจำปี พ.ศ.2551ให้กับวัดปงสนุกเหนือ นับได้ว่าเป็นวัดแรกของประเทศไทยที่ได้รับรางวัลนี้ เพราะว่าชาวปงสนุกไม่ได้รับรู้ถึงความเก่าแก่ของวิหารเพียงผิวเผินผ่านเลยอย่างที่ผู้คนในหลายชุมชนเป็นอยู่เท่านั้น
โครงการที่ทำให้วัดปงสนุกเหนือได้รับรางวัลนั่นคือ “โครงการอนุรักษ์มรดกทางศิลปกรรม สถาปัตยกรรมวิหารพระเจ้าพันองค์” ที่เริ่มตั้งแต่ ปี 2548 โดยเริ่มจากความคิดร่วมกันของคนในชุมชน ประสานงานร่วมกับนักวิชาการ ภาคเอกชน หน่วยงานราชการ เพื่อศึกษาประวัติศาสตร์ ฟื้นฟูองค์ความรู้ด้านสถาปัตยกรรมโบราณ และบูรณะวิหารจตุรมุข วิหารเก่าแก่ที่ทรุดโทรมลงตามกาลเวลา เมื่อได้ข้อมูลจากการค้นคว้าแล้วจึงลงมือบูรณะวิหารพระเจ้าพันองค์ให้กลับมางดงามราวกับเพิ่งสร้างเสร็จใหม่ๆ อีกครั้ง พระพุทธรูปขนาดเล็กมากถึงพันองค์ที่สูญหายไปถูกนำมาประดิษฐานเพิ่มเติมรอบวิหาร หลังคาซ้อนสามชั้นบนสันหลังคาสร้างปราสาทไม้จำลอง บ่งบอกความเชื่อเรื่องทวีปทั้งสี่รอบเขาพระสุเมรุ รูปแกะสลักสัตว์ตามความเชื่อทางพุทธศาสนาในวิหารถูกบูรณะให้กลับมามีชีวิตชีวา ตัววิหารเกือบทั้งหลังตรวจสอบพบว่าประดับด้วยกระจกจืนหรือกระจกตะกั่วก่อนจะทาสีทับ เมื่อผ่านกรรมวิธีปฏิสังขรณ์โบราณสถานที่ถูกต้อง ส่งผลให้กระจกเหล่านี้เพิ่มความงามวิจิตรให้กับวิหารได้เป็นอย่างดี ตลอดเวลาการทำงานกว่า 4 ปี นอกเหนือจากงานบูรณะวิหารพระเจ้าพันองค์ วัดปงสนุกเหนือยังได้จัดแหล่งเรียนรู้ทางศิลปวัฒนธรรมประเพณีภายในวัดขึ้น ด้วยความร่วมมือในครั้งนี้ก่อให้เกิดเกิดกระแสการตื่นตัวในการอนุรักษ์โบราณสถาน สถาปัตยกรรมในหมู่คณะสงฆ์ และชุมชนอื่นๆ ซึ่งนี่คืออีกเหตุผลที่ทางยูเนสโกคัดเลือกวัดปงสนุกเหนือให้ได้รับรางวัลครั้งนี้
(3)
รางวัลเพื่อการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมในภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิคเริ่มมีตั้งแต่พ.ศ. 2543 เพื่อสนับสนุนความสำเร็จของภาคเอกชนและภาครัฐในการฟื้นฟูบูรณะสิ่งปลูกสร้างทางประวัติศาสตร์อันทรงคุณค่าโดยจะต้องคงของเดิมเอาไว้ให้มากที่สุด ประการสำคัญต้องให้ความสำคัญกับชุมชนในการดูแล จัดการกระตุ้นและเข้ามามีส่วนร่วมอนุรักษ์ รวมถึงเป็นแรงบันดาลใจให้ชุมชนอื่นเกิดความรู้สึกอยากดูแลมรดกของชุมชนตนเองต่อไป
รางวัลเพื่อการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมในภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิคของยูเนสโกมี 4 ระดับด้วยกันคือ รางวัลยอดเยี่ยม (Award of Excellence) รางวัลดีเด่น (Award of Distinction) รางวัลดี (Award of Merit) และรางวัลชมเชย (Honorable Mention)
ปีแรกที่ประเทศไทยส่งโครงการอนุรักษ์เข้าร่วมประกวดกับประเทศอื่นๆ คือปี พ.ศ.2544 และหลังจากนั้นได้ส่งเข้าชิงรางวัลแทบจะทุกปี มีทั้งโครงการอนุรักษ์ในส่วนทางราชการ และฟากฝ่ายเอกชน จนถึงปีนี้ประเทศไทยเคยได้รางวัลมาแล้วสำหรับ 7 โครงการอนุรักษ์ โดยปีแรกที่ได้รับรางวัลคือ รางวัลระดับดี (Award of Merit) ในปีพ.ศ. 2545 กับ “โครงการอนุรักษ์วัดสระทอง” จังหวัดขอนแก่น โดยความร่วมมือของคนในชุมชน และได้รางวัล ระดับดี (Award of Merit) อีกครั้งในปี 2547 ใน “โครงการอนุรักษ์พระราชวังเดิมธนบุรี” เนื่องจากเป็นการบูรณะที่พยายามสงวนรักษาโครงสร้างดั้งเดิมเอาไว้ให้มากที่สุด ซึ่งหลังจากบูรณะแล้วจัดทำเป็นพิพิธภัณฑ์ให้เกิดการศึกษาเรียนรู้ เป็นโครงการอนุรักษ์ขนาดใหญ่แห่งแรกที่ได้รับเงินสนับสนุนจากภาคเอกชนทั้งหมด ปี พ.ศ.2548 ประเทศไทยส่งโครงการเข้าร่วมชิงรางวัล 3 โครงการ ได้รางวัลชมเชย (Honorable Mention) จาก “โครงการอนุรักษ์ตำหนักใหญ่วังเทเวศร์” กรุงเทพฯ
เมื่อกระแสการรักษาสถาปัตยกรรมเก่า หรือแนวทางการรื้อฟื้นความทรงจำในอดีตหวนกลับมามีความสำคัญ ส่งผลให้ปี พ.ศ.2551 เป็นปีที่ประเทศไทยส่งโครงการอนุรักษ์เข้าร่วมมากที่สุดถึง 8 โครงการ และได้รางวัลมากถึง 3 โครงการ ได้แก่ รางวัลระดับดี (Award of Merit) มอบให้วัดปงสนุก จังหวัดลำปาง และรางวัลชมเชย (Honorable Mention) มอบให้ “โครงการอนุรักษ์ชุมชนอัมพวา” ที่สามารถอนุรักษ์อาคารที่มีคุณค่าหลายอาคารเป็นอย่างดี รักษาการตั้งถิ่นฐานริมฝั่งคลองแบบดั้งเดิมไว้ได้ และ “โครงการอนุรักษ์ศาลากลางเก่าจังหวัดฉะเชิงเทรา” ที่ถูกไฟไหม้ โดยใส่ใจกับสถาปัตยกรรมแบบดั้งเดิม โครงการนี้ยังเป็นแรงบันดาลใจให้เกิดการฟื้นฟูมรดกทางประวัติศาสตร์ให้กับท้องที่อื่นๆ อีกด้วย
ล่าสุดปี พ.ศ. 2552 ประเทศไทยส่ง “โครงการอนุรักษ์เขตตลาดเก่าและชุมชนสามชุก” จังหวัดสุพรรณบุรี ร่วมชิงรางวัลเพียงโครงการเดียว คณะกรรมการของยูเนสโกตัดสินให้รางวัลระดับดี (Award of Merit) แก่ “โครงการอนุรักษ์เขตตลาดเก่าและชุมชนสามชุก”
(4)
สำหรับเชียงใหม่เอง เมืองหลวงแห่งอารยธรรมล้านนาในสายตานักท่องเที่ยวกระแสหลักนั้น แทบไม่น่าเชื่อเหมือนกันว่ายังไม่เคยได้รับรางวัลดังกล่าวมาก่อนแม้แต่ครั้งเดียว จากข้อมูลที่มี มีเพียงการเสนอชื่อเข้าชิงมาแล้ว 3 โครงการ ได้แก่ ปี 2546 ร้านอาหารบ้านสวน สันกำแพง (Le Grand Lanna ในปัจจุบัน) ซึ่งใช้บ้านแบบเก่า มาเป็นส่วนหนึ่งของสวนอาหารที่สร้างมาตั้งแต่ปี 2523, ปี 2548 ทีเฮ้าส์สยามศิลาดล บ้านโบราณสไตล์โคโลเนียลอายุกว่า 100 ปี (บนถนนท่าแพ) จากบ้านเจ้าภาษีนายอากรในสมัยรัชกาลที่ 6 กลายมาเป็นส่วนหนึ่งของกิจการชาระมิงค์, ปี 2551 เก๊าไม้ล้านนารีสอร์ท สันป่าตอง ที่พักสไตล์ Boutique ดัดแปลงเอาโรงบ่มยาสูบที่มีอายุมากกว่า 50 ปีมาทำเป็นห้องพัก
หากพิจารณาให้ดีจะพบว่า ‘จุดร่วม’ ของทั้งสามโครงการตัวแทนของเชียงใหม่ที่ส่งเข้าประกวดย่อมเป็น ‘จุดอ่อน’ ในขณะเดียวกัน เนื่องจากทุกโครงการล้วนแล้วแต่มีเป้าหมายในเชิงธุรกิจ และดำเนินการโดยเอกชนเป็นหลัก โดยไม่ได้แสดงออกถึงพลังของคนในชุมชนตามความมุ่งหมายแห่งรางวัลนี้
เห็นข้อมูลเช่นนี้แล้วก็มีเรื่องชวนให้กังวลอย่างน้อยๆ อยู่ 2 เรื่องด้วยกัน คือ หนึ่ง ความเป็นชุมชน (เข้มแข็ง) ของผู้คนในสังคมเมืองเชียงใหม่ยังมีหลงเหลืออยู่อีกหรือไม่ ? สอง ความเป็นเมือง (ใหญ่โต) ได้กลืนสิ่งต่างๆ อันเก่าแก่ลงไปเสียจนหมดสิ้นแล้วหรืออย่างไร ?
ร.ต.อ.หญิง รัฐนันท์ โสภโณดร
edit @ 26 Oct 2009 16:13:41 by B&B