เมื่อหลายวันก่อน เราหยิบเอาแผ่นหนังไทยเรื่อง แฟนฉัน(ภาพยนตร์ไทยยอดนิยมแห่งปี พ.ศ.2546) ขึ้นมาดูอีกรอบ ความสนุกของหนังเรื่องนี้ คือ การสร้าง อารมณ์ถวิลหาอดีต (Nostalgia) ให้ผู้ชมร่วมคล้อยตามย้อนไปถึงวัยเด็กของตัวเอง ฉากในหนังเต็มเปี่ยมไปด้วยข้าวของเครื่องใช้เมื่อครั้งยังละอ่อน สอดแทรกด้วยบทเพลงเก่าๆ ช่วยให้ย้อนคิดกลับไปถึงบรรยากาศสมัยเด็กๆ อีกครั้ง อย่างไรก็ดี หนังเรื่องนี้ก็ได้ส่งผลให้อะไรๆ ที่อิงกับความ โบราณ / เก่า / อดีตขายได้ขึ้นมาในวงกว้างทันที เช่น การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์, ร้านรวงต่างๆ ล้วนถูกตกแต่งให้มีบรรยากาศย้อนยุค และที่เห็นจนคุ้นชินนั่นคือ อาหารการกิน (รวมทั้งเครื่องดื่ม) ที่มักพ่วงมาด้วยคำว่า “โบราณ” ต่อท้าย

นี่เองที่ทำให้ เราต้องหวนนึกถึงความทรงจำเกี่ยวกับร้านอาหารในวัยเยาว์ และเลือกที่จะแนะนำร้านๆ นี้

ร้านที่ว่านี้เป็นร้านอาหารไทยที่ เปิดมายาวนานมากกว่า 30 ปี และเป็นร้านที่ เรา กินมาตั้งแต่เด็กจนโต แรกเริ่มเดิมทีตั้งอยู่ใกล้กับร้านอรุณ (ไร) ก่อนจะย้ายมาตรงที่อยู่ปัจจุบัน เยื้องๆ ประตูท่าแพ ฝั่งเดียวกับโรงแรมสูง (โด่เด่) ทางร้านเค้ามีกฎกติกาเคร่งครัดห้ามนำสุราเข้ามา และให้แต่งกายสุภาพ หากใส่เสื้อกล้าม สายเดี่ยว เกาะอกมาเป็นอันอดกิน

ร้านเปิด 2 ช่วงเวลา กลางวันเริ่ม 11 โมง เป็นอาหารจานเดียว คือ ขนมจีนน้ำต่างๆ (น้ำพริก, น้ำยา, ซาวน้ำ, น้ำเงี้ยว) กับข้าวราดแกง ส่วนตอนเย็น เริ่ม 5 โมงตรง ปิด 2 ทุ่ม (แต่ขอเตือนว่าควรไปก่อนเวลา เพราะสักทุ่มครึ่งทางร้านก็จะไม่รับลูกค้าเพิ่มแล้ว) อาหารเย็นนั้น เป็นอาหารตามสั่ง เมนูอาจดูเรียบง่าย จำพวกแกงส้ม (ผักกระเฉด, ดอกแค, ถั่วฝักยาว, ผักกาดขาว), แกงเลียง (บวบ, ตำลึง, หัวปลี, ข้าวโพดอ่อน), แกงแค, แกงป่า, ต้มข่า, ต้มยำ, ผัดเผ็ดปลาดุก, แกงจืดตำลึง (เต้าหู้ขาว, วุ้นเส้น, เห็ดฟาง), แกงเขียวหวานไก่, แพนง, น้ำพริกกะปิ, ผักสด, ผักต้ม, ปลาทู, สะเดากับน้ำปลาหวาน, หมูอบ ตลอดจนผัดผักต่างๆ สุดแท้แต่จะสั่ง

ที่นี่มีเมนูประจำร้านที่แขกไปใครมาเป็นต้องทาน ได้แก่ หมูอบ, แกงส้มดอกแค, ต้มข่าไก่, น้ำพริกกะปิหรือน้ำปลาหวานกับปลาทูทอด หรือแม้กระทั่งอาหารง่ายๆ อย่างไข่เจียว รวมถึงน้ำเย็นที่ก็เย็นชื่นใจไม่มีใครเหมือน แน่นอนว่า อาหารทุกชนิดยังอร่อยเหมือนเดิม รสชาติเป็นเอกลักษณ์ไม่มีเปลี่ยนแปลง ที่สำคัญนอกเหนือจากความอร่อยแล้ว ก็ยังอิ่มความรู้สึก เหมือนๆ กับได้กินอาหารที่แม่ตั้งใจทำไว้รอให้ เรามากินหลังกลับจากโรงเรียน ซึ่งอาจจะเป็นเพราะรสมือของ คุณแม่ถนอม ชื่นสวัสดิ์ ผู้สร้างชื่อ ถนอมโภชนาให้แก่ร้านแห่งนี้ กระทั่งได้รับการสานต่อเคล็ดลับในการทำอาหารมาสู่ทายาทรุ่นลูกๆ ที่ยังมาช่วยกันคนละไม้คนละมือจนถึงทุกวันนี้ เพื่อรักษาอดีตของใครหลายคนให้คงอยู่ต่อไป รวมทั้ง เราสองคนด้วยเช่นกัน

เจ้าหมูอ้วนกับยัยตัวเล็ก

เชิญชมภาพประกอบบทความจาก Link ข้างท้าย http://www.tanrapat.com/?name=webboard&file=read&id=356

edit @ 27 Apr 2009 16:43:32 by B&B

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

พาไปกินหน่อยดิconfused smile

#1 By (118.172.88.182) on 2009-10-25 22:23