posted on 07 Jan 2010 16:03 by 13ank in 2009
หากเอ่ยถึงถนน “ท่าแพ” คงไม่มีใครที่ไม่รู้จัก ไม่เว้นแม้นักท่องเที่ยวต่างชาติ ถนนสายนี้นับเป็นถนนที่มีความสำคัญ และมีประวัติความเป็นมายาวนาน มีสิ่งปลูกสร้างสำคัญๆ มากมายอยู่บนถนนสายนี้ เช่น จวนผู้ว่าฯ, พุทธสถาน, วัดศิลปะพม่าหลายๆ แห่ง ตลอดทั้งยังเคยเป็นที่ตั้งของห้างสรรพสินค้าแห่งแรกอย่างตันตราภัณฑ์อีกด้วย
กระทั่งวันนี้ถนนเส้นนี้ก็ยังคงทำหน้าที่ถนนสายเศรษฐกิจหลักของเมืองเชียงใหม่ ถึงขนาดมีเสียงเรียกร้องให้พัฒนาไปเป็นถนนตัวอย่าง โดยเริ่มนำสายไฟฟ้าและสายโทรศัพท์ลงไว้ใต้ดิน แต่จนแล้วจนรอด โครงการดังกล่าวก็ยังไม่แล้วเสร็จกระทั่งบัดนี้ เป็นเพียงนโยบายหาเสียงที่ไม่มีทางทำได้สำเร็จต่อไป อาจเนื่องจากมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมากมายเหลือเกิน ไหนจะการประปา การไฟฟ้าฯ องค์การโทรศัพท์ฯ ยังมิพักเอ่ยถึงเจ้าของพื้นที่อย่างเทศบาลฯ เป็นต้น
ขอวกมาร้านที่ ‘เรา’ อาสาพามาชิมคราวนี้ แต่เดิมก็ขายอยู่บน (ปลาย) ถนนท่าแพมาก่อนนี่แหละ (ตรงโรงแรมสุริวงศ์ ตรงข้ามประตูท่าแพ) เปิดขายมานานมากกว่า 50 ปี ก่อนหน้าที่ถนนท่าแพจะเปลี่ยนมาเดินรถแบบวันเวย์ในปี 2510 เสียอีก ซึ่งต่อมาจึงได้มาย้ายมาอยู่ตรงที่ปัจจุบัน คำว่า “เจ้าเก่า” ที่มีต่อท้ายชื่อร้าน “ผัดไทยท่าแพ” คงมีที่มาเช่นนี้เอง
เอกลักษณ์ของร้านนี้ อยู่ที่ผัดไทยร้อนๆ ตักจากกระทะที่ผัดซึ่งคงยังเลือกใช้เตาถ่าน ในจานมีมะม่วงสับเป็นเครื่องโรยหน้า ออกรสชาติเปรี้ยวนิดๆ เมื่อสัมผัสกับลิ้น แปลกกำลังดี ขณะที่ผักสดนอกจากจะมีเครื่องเคียงทั่วไปอย่างถั่วงอก, ผักกาด, กุยช่าย และมะนาวผ่าซีกแล้ว ยังมีกะหล่ำซอยมาให้ด้วย และถ้าสั่ง (ทูโก) กลับบ้านเค้าจะใช้ใบตองห่อผัดไทย ทำให้คงความหอมกรุ่นปนกลิ่นธรรมชาติ ก้าวนำกระแสลดโลกร้อนมานาน แบบไม่ต้องอ้อนวอน
แม้ในวันนี้ คนจะไม่คึกคักเหมือนครั้งก่อนๆ ที่ ‘เรา’ มาทาน อาจจะด้วยอากาศที่เริ่มหนาวเย็นขึ้น แต่รสชาติของเส้นก๋วยเตี๋ยวเหนียวนุ่มสูตรเฉพาะของทางร้าน ผัดคลุกเคล้ากับไข่ ถั่วงอก และกุ้งแห้ง ยังคงเปรี้ยวเค็มหวานเผ็ดพอเหมาะดังเดิม ด้วยราคาสุดประหยัด ไม่ใส่ไข่ 15 ใส่ไข่ 20 หรือจะพิเศษก็แค่ 25 บาทต่อจานเท่านั้น
ร้านเปิดทุกวัน ตั้งแต่บ่าย 3 โมงจนถึงตอน 3 ทุ่ม เส้นทางสะดวกที่สุด แนะนำให้ขับรถมาบนถนนราชวงศ์ไปทางกาดเมืองใหม่ พอถึงสี่แยกที่ตรงมุมตึกฝั่งขวามือ (เคย) เป็นร้านเครื่องใช้ไฟฟ้ายี่ห้อธานินทร์ให้เลี้ยวซ้ายผ่านหน้าโรงแรมปริ้นโฮเทลแล้วเลี้ยวซ้ายอีกที ตรงไปเรื่อยๆ ร้านอยู่ขวามือก่อนจะออกถึงถนนช้างม่อยเล็กน้อย บนถนน “สิทธิวงศ์” ที่คนเชียงใหม่น้อยคนนักจะรู้จักชื่อ
เจ้าหมูอ้วนกับยัยตัวเล็ก
edit @ 7 Jan 2010 16:06:27 by B&B
posted on 07 Jan 2010 15:56 by 13ank in 2009
อะไรบ้างคือ “ความเป็นไทย” คำถามสั้นๆ นี้ ยากที่หาคำตอบแบบสูตรสำเร็จมาอธิบายได้ (เช่น อย่างไรเรียกว่าเป็นไทย อย่างไรไม่ใช่ ฯลฯ) แต่ถ้าถามให้แคบลงมาถึง“ความเป็นอาหารไทย” แล้วละก็ หนึ่งในคำตอบที่คนส่วนใหญ่ตอบคงหนีไม่พ้น... “ส้มตำ” (นอกเหนือจากนี้คงได้แก่ ต้มยำกุ้ง, ผัดไท, แกงเขียวหวาน เป็นต้น)
ส้มตำ (หรือที่คนเมืองฮ้องว่า “ต๋ำส้ม”) บัดนี้ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของ “ความเป็นไทย” ที่ไม่แบ่งภาค แบ่งสี เมนูของร้านที่อ้างตัวว่าเป็นร้านอาหารไทยในต่างประเทศจะต้องมีส้มตำ (Papaya Salad) รวมอยู่ด้วย แต่หลายคนเข้าใจผิดคิดว่าเป็นอาหารพื้นเมืองของชนชาติลาว ทั้งที่แท้จริงแล้วส้มตำจัดเป็นอาหารสมัยใหม่ ซึ่งชาวอีสานได้ประยุกต์ขึ้นมาจนกลายเป็นอาหารไทยขึ้นชื่อในระดับโลกอย่างทุกวันนี้
ร้าน “ต้อยรสแซ่บ” เป็นร้านส้มตำอีกร้านของเชียงใหม่ที่นักท่องเที่ยวชาวต่างชาตินิยมมาทานกัน ‘เรา’ มาทุกครั้งก็เจอะฝรั่งเยอะทุกครั้ง จนทางร้านต้องทำเมนูสองภาษาทั้งไทยและอังกฤษเอาไว้ อาจจะด้วยความที่อยู่ในย่านที่เต็มไปด้วยเกสท์เฮาส์บนถนนกำแพงดิน (เชื่อมระหว่างถนนท่าแพกับถนนลอยเคราะห์) ใกล้ๆ กับวัดช่างฆ้อง บรรยากาศร้านแบบไทยๆ ให้คนต่างชาติซึมซับไปเต็มปอด ไก่ถูกนำมาย่างบนเตาริมถนน ส้มตำปู ปลาร้าตำโชว์ให้เห็นกันชัดๆ ที่หน้าร้าน สั่งอาหารไปแป๊ปเดียว คนงานก็ลำเลียงมาวางแน่นโต๊ะเบื้องหน้า ‘เรา’
สำหรับรายการอาหารเหมือนๆ กับร้านอาหารอีสานทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นส้มตำ (ไทย, ปู, ลาว) ลาบ น้ำตก ตับหวาน ซุปหน่อไม้ ต้มแซ่บ คอหมูย่าง คางหมูย่าง ปีกไก่ย่าง ข้าวเหนียว เสิร์ฟมาเป็นจานเล็กๆ ถ้วยเล็กๆ ขนาดกำลังดี ราคาไม่แพง 25-30 บาท สั่งทานได้ 4-5 อย่างทุกครั้งที่ไป ทางร้านเตรียมผักสดนานาชนิดล้างอย่างสะอาดวางไว้ให้เลือกหยิบไปทานตามใจชอบ (แต่ถ้าเอามาแล้วทานไม่หมด ทางร้านจะขอคิดเพิ่มอีก 10 บาท)
เรื่องรสชาติไม่ต้องพูดถึง โดยเฉพาะกับส้มตำที่น้ำกลมกล่อมเหลือเกิน ปริมาณคนที่มาทานจนแน่นร้านในทุกๆ มื้อเที่ยงตลอด 13 ปีที่เปิดมาใช้เป็นเครื่องยืนยันได้เป็นอย่างดี จากร้านเล็กๆ ในช่วงแรกก็ต้องขยับขยายเพื่อให้สามารถรองรับลูกค้าได้มากขึ้น ร้านเปิดตั้งแต่สิบเอ็ดโมงไปจนถึงห้าโมงเย็น ปิดวันอาทิตย์ ถ้ามาจะจอดรถภายในวัดแล้วเดินมาก็ไม่ไกลมากนัก
ส่วนชื่อร้านนั้นมาจากชื่อของ ป้าต้อย คนโคราชซึ่งได้เข้ามาทำมาหากินในเมืองเชียงใหม่มานมนานตามสมควร
เจ้าหมูอ้วนกับยัยตัวเล็ก
edit @ 7 Jan 2010 16:00:02 by B&B
posted on 24 Dec 2009 12:43 by 13ank in 2009
เรียงตามลำดับความชอบ
1. Avatar (สามมิติ) --> โคตรสุดยอดๆๆๆๆ เหนือคำบรรยาย *****
2. เฉือน
3. The Curious Case of Benjamin Button
4. Slumdog Millionaire
5. Tokyo Sonata (หนังญี่ปุ่น)
6. LOVER OF 6 YEARS (หนังเกาหลี)
7. The Reader
8. The Wrestler
9. Valkyrie
10. District 9
ขณะเดียวกันยังมีหนังอีกหลายๆ เรื่อง ที่นักวิจารณ์พากันชื่นชม ซึ่งผมก็ซื้อ DVD มาเก็บไว้แล้ว แต่ยังไม่มีโอกาสได้ดูซะกะที อย่าง UP, CHE, Star Trek, Watchman, Departures
ขอได้รับความขอบคุณจาก... สิงห์ขาวซมซาน
edit @ 24 Dec 2009 12:47:50 by B&B